← กลับไปหน้าหลัก
Startup2 min read

The Origin EP.2: Code ที่ว่าแน่ ยังแพ้ Excel... เมื่อผมสร้าง Product ที่(เกือบ)ไม่มีใครต้องการ

The Origin EP.2: Code ที่ว่าแน่ ยังแพ้ Excel... เมื่อผมสร้าง Product ที่(เกือบ)ไม่มีใครต้องการ

หลังจากที่ผมตัดสินใจลุยทำบริษัท "Profit More Growth" เต็มตัว (จาก EP.1)

ความมั่นใจของผมพุ่งทะลุเพดานครับ (Ego ของเด็กจบใหม่ + ความเป็น Engineer อะนะ)

ในหัวผมคิดแต่ว่า:

_"เราเขียน Code ได้ เราใช้ Tech Stack ที่ใหม่ที่สุดในตลาด เราจะสร้าง Super App ที่มา Disrupt วงการ SME ไทย!"_

ผมใช้เวลาเป็นเดือนๆ ขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่อสร้าง "ระบบบริหารจัดการร้านค้าฉบับสมบูรณ์"

  • Backend: Microservices รองรับการ Scale
  • Frontend: Next.js ตัวล่าสุด
  • Dashboard: มีกราฟวิเคราะห์ยอดขายแบบ Real-time หมุนได้ 360 องศา
  • Database: ออกแบบ Schema มาแบบ Normalization ระดับ 5
  • มันคือ Masterpiece ทางวิศวกรรมที่ผมภูมิใจมาก... จนกระทั่งวันที่ผมเอาคอมพิวเตอร์ไปกางให้ลูกค้าดูเป็นครั้งแรก

    วันที่ Excel ชนะ Code ของผมราบคาบ

    ลูกค้าคนแรกๆ ของผมเป็นเจ้าของธุรกิจ SME รายย่อย

    ผมเริ่มพรีเซนต์ด้วยความภาคภูมิใจ โชว์กราฟ โชว์ระบบ Login 2-Factor โชว์ความเร็วในการโหลด

    ลูกค้าฟังจบ เขานิ่งไปพักหนึ่ง แล้วหยิบ "สมุดจดเล่มเปื่อยๆ" กับ "ไฟล์ Excel" ขึ้นมาวางบนโต๊ะ

    แล้วพูดประโยคที่ผมจำไม่ลืม:

    _"น้อง... ระบบน้องสวยนะ แต่พี่ว่ามันใช้ยากไป"_
    _"ทุกวันนี้ลูกน้องพี่แค่จดลงสมุด หรือพิมพ์ใส่ Excel มันก็จบงานได้แล้ว"_
    _"ถ้าระบบน้องต้องมานั่งกรอกข้อมูลเยอะขนาดนี้ พี่ว่างานพี่ช้าลงกว่าเดิมนะ"_

    Boom. 🤯

    เหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยกครับ

    Code ที่ผมเขียนมาทั้งคืน, Architecture ที่ผมวางมาอย่างดี... แพ้กระดาษ A4 และ Excel

    ทำไม? เพราะ Tech ของผมมันแก้ปัญหาให้ผม (สนอง Need ความอยากเขียนโค้ด) แต่มัน "สร้างภาระ" ให้ลูกค้า

    กับดักของ "Solution Looking for a Problem"

    ผมได้เรียนรู้บทเรียนที่เจ็บปวดที่สุดของ Founder สาย Tech คือ:

    "เรามักจะหลงรัก Solution ของตัวเอง จนลืมไปว่า Problem ของลูกค้าคืออะไร"

    ผมสร้างยานอวกาศ ในขณะที่ลูกค้าแค่ต้องการจักรยานเพื่อปั่นไปปากซอย

  • ลูกค้าไม่ได้ต้องการ Dashboard หรูๆ → เขาแค่อยากรู้ว่าวันนี้ขายได้กี่บาท
  • ลูกค้าไม่ได้ต้องการ AI → เขาแค่ต้องการให้ลูกน้องไม่อู้งาน
  • ลูกค้าไม่ได้ต้องการความซับซ้อน → เขาต้องการความ "ง่าย"
  • Excel ชนะผม เพราะมัน Flexible, Learning Curve เป็นศูนย์ และมัน "Just Works"

    จุดกำเนิดใหม่: Duechat และ JongQ

    ความล้มเหลวครั้งนั้นทำให้ผมรื้อกระดานใหม่หมด

    ผมเปลี่ยน Mindset จาก "Maker" (คนสร้างของ) มาเป็น "Problem Solver" (คนแก้ปัญหา)

    ผมเริ่มสังเกตพฤติกรรมลูกค้าใหม่:

  • ลูกค้าชอบคุย: คนไทยซื้อขายผ่าน Chat เยอะมาก → _เกิดเป็นไอเดีย Duechat (ระบบจัดการแชทและออเดอร์)_ ที่แทรกตัวเข้าไปในพฤติกรรมเดิม ไม่ต้องให้เขาเปลี่ยนไปใช้แอพใหม่
  • ลูกค้าเกลียดการรอ: ร้านดังๆ ลูกค้ายืนรอนานจนหงุดหงิด → _เกิดเป็นไอเดีย JongQ (ระบบจองคิว)_ ที่เน้นความเร็ว กด 3 ทีเสร็จ
  • รอบนี้ผมไม่เริ่มด้วย Code ที่ซับซ้อน แต่เริ่มด้วยโจทย์ว่า "ทำยังไงให้เขาใช้น้อยที่สุด แต่ได้ผลลัพธ์มากที่สุด"

    บทเรียนถึงเพื่อนๆ Developer

    ถ้าวันนี้คุณกำลังซุ่มทำโปรเจกต์อะไรสักอย่างอยู่ ลองถามตัวเองดูครับ:

    _"สิ่งที่คุณทำ มันดีกว่า Excel ไหม?"_

    _"มันเร็วกว่าการจดกระดาษไหม?"_

    ถ้าคำตอบคือ "ไม่" หรือ "ไม่แน่ใจ" ... อย่าเพิ่งเขียน Code ครับ ไปคุยกับลูกค้าก่อน

    เทคโนโลยีที่ High Performance ที่สุด ไม่ใช่ระบบที่รับ Request ได้ล้านครั้งต่อวินาที

    แต่คือระบบที่ "ลูกค้าใช้งานจริงทุกวัน" โดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเบื้องหลังมันซับซ้อนแค่ไหน

    นั่นคือความหมายของ Technology for Business ที่แท้จริงครับ

    ---

    _(ติดตาม The Origin EP.3 (ตอนจบ): เงิน 1,000 บาทแรกที่เปลี่ยนโลกของผม - วินาทีที่ Code กลายเป็น Cash Flow)_