The Origin EP.1: Degree vs Deployment... ผมเปิดบริษัท Software ตั้งแต่ปี 4 ได้ยังไง ในวันที่เพื่อนเครียดเรื่องเกรด
บรรยากาศช่วงปี 4 เทอมสุดท้าย คุณจำมันได้ไหมครับ?
ภาพที่คุ้นตาคือเพื่อนๆ นั่งสุมหัวกันในห้องสมุด หรือร้านกาแฟหน้ามอ เพื่อปั่นเล่ม Senior Project (Project จบ) ให้ทัน Deadline ทุกคนพูดถึงเรื่องเดียวกัน... *"เกรดจะออกหรือยัง?"* *"พรีเซนต์รอบหน้าอาจารย์จะดุไหม?"* *"จบแล้วจะไปสมัครงานที่ไหนดี?"*
แต่ในขณะที่เพื่อนนั่งแก้ Bug โปรเจกต์จบ... ผมกำลังนั่งเหงื่อตกอยู่มุมห้อง ไม่ใช่เพราะ Code พัง แต่เพราะ "ต้องรีบแก้ Bug ให้ลูกค้าจริง ที่เพิ่งโอนเงินมาเมื่อเช้า"
ใช่ครับ ผมตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดอย่างหนึ่ง คือการจดทะเบียนบริษัท "Profit More Growth" และเริ่มรับงานจริงจัง ตั้งแต่ยังใส่ชุดนักศึกษา
โลกคู่ขนานที่ผมต้องแบก (The Dual Worlds)
ช่วงเวลานั้นเหมือนผมใช้ชีวิตอยู่ในโลกคู่ขนาน 2 ใบ ที่หมุนด้วยความเร็วไม่เท่ากัน
โลกคู่ขนานที่ซ้อนทับกัน (The Overlapping Worlds)
ภาพจำที่ชัดเจนที่สุดสำหรับผม ไม่ใช่การสอบไฟนอลที่เคร่งเครียด แต่คือช่วงเวลาใน "ห้องเรียน Lecture"
ในขณะที่อาจารย์กำลังสอนทฤษฎีต่าง ๆ อยู่หน้าห้อง และเพื่อนๆ กำลังจดตามอย่างตั้งใจ... ผมกำลังแอบเปิด Terminal ใน Laptop เพื่อ SSH เข้าไป Restart Server ให้ลูกค้า
เพื่อนข้างๆ สะกิดถามว่า *"ขยันจัง จดโค้ดตามอาจารย์ด้วยเหรอ?"* ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วตอบในใจว่า *"เปล่าเพื่อน... ลูกค้าทักมาว่าระบบล่ม กูตื่นเต้นกว่ามึงอีกตอนนี้"*
นี่คือ Conflict ที่เกิดขึ้นทุกวันครับ
มันคือความกดดันแบบเงียบๆ ที่เราบอกใครไม่ได้ เราต้องทำตัวเป็นนักศึกษาปกติ ทั้งที่ในหัวกำลังรัน Business Logic อยู่ตลอดเวลา เพื่อนชวนไปกินหมูกระทะหลังเลิกเรียนเพื่อฉลองโปรเจกต์จบ แต่ผมต้องรีบกลับหอไป Deploy งาน... มันคือความรู้สึกที่ "เหงา" เหมือนกันนะในบางที
วินาทีแห่งการตัดสินใจ (The Turning Point)
จุดเปลี่ยนจริงๆ ของผม ไม่ใช่วิกฤตคอขาดบาดตาย แต่เป็น "ความรู้สึกของการสร้าง Impact" ครับ
มีอยู่วันหนึ่ง ผมนั่งทำโปรเจกต์จบ (Senior Project) จนดึกดื่นเพื่อให้มันออกมา Perfect ตาม Rubric การให้คะแนน แต่ในขณะเดียวกัน Notification จากแอพ JongQ ก็เด้งขึ้นมาว่า "มีร้านค้าใหม่สมัครใช้งาน" และ "มีการจองคิวเกิดขึ้นจริง"
วินาทีนั้นผมตระหนักได้ทันทีว่า:
ความรู้สึกนั้นมันเหมือนโดนตบหน้าครับ ผมตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลยว่า "ผมจะไม่เรียนแค่ให้จบๆ ไป" แต่ผมจะใช้เวลาที่เหลือในรั้วมหาวิทยาลัย "สร้างฐานทัพ" ให้แข็งแกร่งที่สุด เพื่อที่วันที่ผมก้าวเท้าออกจากรั้วมหาลัย ผมจะไม่ใช่แค่บัณฑิตตกงาน แต่เป็น CEO ที่มีรายได้ทันที
Hack ชีวิตด้วย Mindset แบบ Developer
เมื่อเวลาไม่พอ ผมเลยต้องใช้ความเป็น Performance Freak มาแก้ปัญหาชีวิต ผมเลิกมองว่า "การเรียน" กับ "การทำงาน" เป็นคนละเรื่องกัน แต่ผมมองว่า "ชีวิตคือ Big Project หนึ่งก้อน"
ผมเริ่มใช้ Tech และ Engineering Mindset มาจัดการตัวเอง:
บทสรุป: ใบปริญญา vs ใบจดทะเบียนบริษัท
สุดท้าย... วันรับปริญญาก็มาถึง ผมเดินออกจากมหาวิทยาลัยพร้อมกับ "เกียรตินิยม" ในมือขวา... และ "บริษัท Profit More Growth" ที่เริ่มมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้แล้ว ในมือซ้าย
มันไม่ใช่เรื่องง่าย และผมไม่ได้จะบอกว่าทุกคนควรทำตาม (เพราะมันเหนื่อยจนแทบอ้วก) แต่ผมอยากบอกน้องๆ นักศึกษา หรือใครก็ตามที่ลังเลว่า *"ยังไม่พร้อม"* ว่า...
"คุณไม่ต้องรอให้พร้อมเพื่อที่จะเริ่ม" คุณสามารถเป็นนักศึกษาที่ดี และเป็นเจ้าของกิจการที่ดีไปพร้อมกันได้ ถ้าคุณกล้าพอที่จะบริหารจัดการมัน
วันนี้ Profit More Growth เติบโตขึ้น มีโปรดักต์อย่าง Duechat และ JongQ แต่ทุกครั้งที่มองย้อนกลับไป ผมขอบคุณเด็กปี 4 คนนั้นที่ไม่ยอมทิ้งความฝัน เพียงเพราะคำว่า "ยังเรียนไม่จบ"
--- *(ติดตาม The Origin EP.2: Code ที่ว่าแน่ ยังแพ้ Excel... เมื่อผมสร้าง Product ที่(เกือบ)ไม่มีใครต้องการ)*